มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
ACTION ON SMOKING AND HEALTH FOUNDATION
Press Release
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
วันที่ข่าวตีพิมพ์ : สามารถเผยแพร่ได้ทันที
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดงาน “ก้าวต่อไปเพื่อเด็กไทยปลอดบุหรี่ ปลอดนิโคติน” เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จจากการรวมพลังของทุกภาคส่วน ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยลดลงจากร้อยละ 32 ในปี 2534 เหลือร้อยละ 16.7 ในปี 2569 พร้อมประกาศทิศทางการทำงานระยะต่อไป มุ่งรับมือภัยคุกคามจากบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ที่กำลังรุกคืบเข้าสู่เด็กและเยาวชนไทย
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยว่า ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้สร้างความก้าวหน้าอย่างสำคัญในการควบคุมการบริโภคยาสูบ จากสังคมที่เคยมองว่าการสูบบุหรี่เป็นเรื่องปกติ สู่สังคมที่ตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่และให้ความสำคัญกับสิทธิในการได้รับอากาศบริสุทธิ์ ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้เกิดจากมาตรการใดมาตรการหนึ่ง แต่เป็นผลจากการผนึกกำลังของพลังนโยบาย พลังปัญญาและองค์ความรู้ และพลังภาคีเครือข่าย ที่ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
ผลจากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้อัตราการสูบบุหรี่ของประชากรไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อคำนึงถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ประเมินได้ว่าประเทศไทยมีผู้สูบบุหรี่น้อยกว่าจำนวนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหากอัตราการสูบบุหรี่ยังคงอยู่ในระดับเดิมประมาณ 9 ล้านคน นับเป็นผลสำเร็จด้านการป้องกันโรคและการสร้างเสริมสุขภาพที่สะท้อนคุณค่าของการลงทุนด้านนโยบายสาธารณะและพลังการมีส่วนร่วมของสังคม
อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในการลดการสูบบุหรี่ แต่การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่กำลังเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ผลสำรวจสถานการณ์เยาวชนไทยปี 2565 สะท้อนแนวโน้มการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่น่ากังวล โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กผู้หญิง ขณะที่อุตสาหกรรมยาสูบและผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์นิโคตินใช้กลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ ทั้งสื่อออนไลน์ รูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูด และข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับอันตรายและการเสพติดนิโคติน
“ความสำเร็จตลอด 40 ปีที่ผ่านมาเป็นหลักฐานว่า เมื่อสังคมไทยร่วมมือกัน เราสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและสร้างนโยบายที่ปกป้องสุขภาพประชาชนได้จริง แต่เราไม่อาจหยุดอยู่กับความสำเร็จเดิม เพราะวันนี้เด็กไทยกำลังเผชิญกับผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงได้ง่ายและมีกลยุทธ์การตลาดที่ซับซ้อนกว่าในอดีต ภารกิจสำคัญของเราจึงไม่ใช่เพียงลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ แต่ต้องป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเริ่มต้นเสพติดนิโคตินตั้งแต่แรก” ศ.นพ.ประกิต กล่าว
สำหรับทิศทางการทำงานในระยะต่อไป มูลนิธิฯ และภาคีเครือข่ายมุ่งขับเคลื่อนเป้าหมาย “คนรุ่นใหม่ปลอดบุหรี่ ปลอดนิโคติน” (Tobacco and Nicotine Free Generation) โดยให้ความสำคัญกับการรักษาและบังคับใช้กฎหมายห้ามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง การป้องกันการแทรกแซงนโยบายจากอุตสาหกรรมยาสูบ การพัฒนามาตรการภาษีและการควบคุมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบ การเสริมความเข้มแข็งของกลไกควบคุมยาสูบระดับจังหวัด ตลอดจนการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและองค์ความรู้ให้ทันต่อผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ใหม่ ๆ
“เป้าหมายคนรุ่นใหม่ปลอดบุหรี่ ปลอดนิโคติน จะเกิดขึ้นไม่ได้ด้วยการทำงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เราต้องทำให้การไม่สูบบุหรี่และไม่ใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินเป็นบรรทัดฐานของคนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนมีบทบาทนำในการปกป้องตนเอง เพื่อน และสังคมจากการเสพติดนิโคติน นี่คือก้าวต่อไปที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันรับผิดชอบ” ศ.นพ.ประกิต กล่าว
ภายในงานมีการจัดเวทีเสวนา “พลังสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาและมุมมองใหม่เพื่อเด็กไทยปลอดบุหรี่ ปลอดนิโคติน” โดยผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และภาคีเครือข่ายร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนความสำเร็จและทิศทางการดำเนินงานในอนาคต พร้อมพิธีประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลและหน่วยงานที่สร้างคุณูปการต่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านนโยบาย (Advocacy) ด้านวิชาการ (Scientific) และด้านสังคม (Harmonization) เพื่อยกย่อง ผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานตลอดสี่ทศวรรษ และส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่สานต่อภารกิจสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: ศูนย์ข่าว มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โทร. 02-278-1828