เยาวชนรวมพลัง ขอพื้นที่หายใจให้เต็มปอด(ปลอดควันบุหรี่)

เยาวชนรวมพลัง ขอพื้นที่หายใจให้เต็มปอด(ปลอดควันบุหรี่)

เสนอคลังกำหนดมาตรฐานน้ำหนักมวนบุหรี่

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยว่าขณะนี้บริษัทบุหรี่ทั้งโรงงานยาสูบไทยและบุหรี่ต่างประเทศ ต่างทยอยผลิตบุหรี่มวนที่มีขนาดเล็กลงหรือสั้นลง เพื่อลดภาระภาษีสรรพสามิตที่ใช้ระบบสองเลือกหนึ่ง โดยเลือกเก็บภาษีตามน้ำหนัก หนึ่งบาทต่อกรัม หรือเลือกเก็บโดยคิดตามมูลค่าราคาต้นทุนที่แจ้ง และกรมสรรพสามิตจะเก็บภาษีตามมูลค่าภาษีที่มากกว่า

ข้อมูลสำหรับ ผอก.รยส.

ข้อมูลสำหรับ ผอก.รยส.

ความเห็นสมาพันธ์ฯ ต่อข้อเสนอของผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ

ความเห็นสมาพันธ์ฯ ต่อข้อเสนอของผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ

สสส. : นวัตกรรมงบประมาณสร้างสุขภาพ

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ที่ปรึกษาเครือข่าย สสส.นานาชาติ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ ทำข้อเสนอถึง คสช.ที่ให้ดึงงบประมาณของ สสส. กลับเข้าสู่ระบบแล้วจัดสรรออกมาตามปกติ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อความโปร่งใสในการใช้งบประมาณนั้น คงจะมาจากการที่ น.ส.ดาวน้อย ไม่ทราบความจริงที่ว่า หลังจากการดำเนินการมา 13 ปี ขณะนี้ สสส. ได้เป็นองค์กรต้นแบบที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนำไปปฏิบัติ

หนุน คสช.ห้ามบุหรี่ไฟฟ้า

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยว่าตามที่กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่างการพิจารณาออกประกาศห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าและบารากู่ โดยอาศัย พ.ร.บ.นำเข้า-ส่งออกสินค้า พ.ศ. 2522 ภายหลังจากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวใน รายการ คสช. : คืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมนั้น ขอสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวของกระทรวงพาณิชย์อย่างเต็มที่

ปรับบริษัทบุหรี่แคมเปญล่าวัยรุ่น

ปรับบริษัทบุหรี่แคมเปญล่าวัยรุ่น

เผยโรค NCDs คือฆาตกรอันดับหนึ่ง คุมไม่อยู่ยอดตายพุ่งต่อเนื่อง วอนทุกฝ่ายเอาจริง

เผยโรค NCDs คือฆาตกรอันดับหนึ่ง คุมไม่อยู่ยอดตายพุ่งต่อเนื่อง วอนทุกฝ่ายเอาจริง

ภาพคำเตือนบุหรี่ขนาด 85% วางตลาดแล้ว

ภาพคำเตือนบุหรี่ขนาด 85% วางตลาดแล้ว

“เข้าพรรษาปลอดบุหรี่ พระสงฆ์สุขภาพดี ฆราวาสได้บุญ”

“หมอประกิต” เผย สถิติสูบบุหรี่ในกลุ่มพระสงฆ์ยังสูง สูบลดลงน้อยสุดหากเทียบครู-แพทย์ “มจร.-สสส.-คลินิกฟ้าใส-มูลนิธิรณรงค์ไม่สูบบุหรี่” เดินหน้า 3 แนวทางรณรงค์ลด ละ เลิก วอนชาวพุทธ หยุดถวายบุหรี่ ดีเดย์เข้าพรรษานี้

แนวโน้มการสูบบุหรี่ของคนไทยใน 15 ปีข้างหน้า ลดลงช้ากว่าเป้าหมาย

ดร.ศรัณญา เบญจกุล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยการสำรวจสถานการณ์ การบริโภค ยาสูบของคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2534 – 2554) พบว่าอัตราการสูบ ลดลงจากร้อยละ 32.0 เหลือร้อยละ 21.4 โดยจำนวนผู้สูบบุหรี่รวมลดลงจาก 12.26 ล้านคน เป็น 11.51 ล้านคน แต่ในรอบ 5 ปีสุดท้าย (พ.ศ.2549 – 2554) ผลการสำรวจกลับพบการเปลี่ยนแปลงมีแนวโน้มลดลงช้ากว่าช่วงแรก โดยลดจากร้อยละ 21.9 ในปี 2549 เป็นร้อยละ 21.4 ในปี 2554

แนวโน้มการสูบบุหรี่ของคนไทยใน 15 ปีข้างหน้า ลดลงช้ากว่าเป้าหมาย

ดร.ศรัณญา เบญจกุล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยการสำรวจสถานการณ์ การบริโภค ยาสูบของคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2534 – 2554) พบว่าอัตราการสูบ ลดลงจากร้อยละ 32.0 เหลือร้อยละ 21.4 โดยจำนวนผู้สูบบุหรี่รวมลดลงจาก 12.26 ล้านคน เป็น 11.51 ล้านคน แต่ในรอบ 5 ปีสุดท้าย (พ.ศ.2549 – 2554) ผลการสำรวจกลับพบการเปลี่ยนแปลงมีแนวโน้มลดลงช้ากว่าช่วงแรก โดยลดจากร้อยละ 21.9 ในปี 2549 เป็นร้อยละ 21.4 ในปี 2554

สธ.แถลงข่าว “กฎหมายบังคับขยายภาพคำเตือนพิษภัยบุหรี่ใหญ่ที่สุดในโลกของไทย ขนาดร้อยละ 85 บนซองบุหรี่ พ.ศ. 2556 ฉบับพิพาทกับบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ มีผลบังคับใช้สมบูรณ์แบบแล้ว

กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าว ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2556 ว่าด้วยการบังคับให้พิมพ์ภาพคำเตือนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ใช้พื้นที่ร้อยละ 85 บนซองบุหรี่ จำนวน 10 ภาพ ฉบับพิพาทกับบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ ทั่วโลกจับตา มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกเลิกทุเลาการบังคับของศาลปกครองชั้นต้น ระบุ สธ.ทำถูกต้องทุกขั้นตอน ยึดการปกป้องสุขภาพประชาชนเป็นสำคัญ ส่งผลให้บุหรี่ทุกยี่ห้อที่นำเข้าไทย ต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป และให้ผู้ประกอบการเก็บบุหรี่รุ่นเก่าออกจากท้องตลาดให้หมดภายใน 23 ก.ย.57

ป้องกันยาเสพติดในเด็กโดยป้องกันไม่ให้ติดบุหรี่

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เรียกร้องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ให้ทุกฝ่ายในสังคมร่วมกันป้องกันเด็ก ๆ ไม่ให้ติดบุหรี่เพราะการเสพติดบุหรี่เป็นบันไดขั้นแรกที่นำไปสู่การติดยาเสพติดอื่น ๆ

เสนอไม่ให้จัดงานแสดงสินค้ายาสูบในไทย

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยข่าวที่รัฐบาลสิงคโปร์ไม่อนุญาตให้จัดงานแสดงสินค้ายาสูบโลกเอเชีย (World Tobacco Asia 2014) ที่สมาคมผู้ค้ายาสูบโลกเตรียมจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายนนี้ ที่โรงแรมมาริน่าเบย์สิงคโปร์ โดยแถลงการณ์ของผู้จัดการประชุมระบุว่า “กลายเป็นเรื่องยากมากที่จะจัดงานแสดงสินค้ายาสูบโลกในเอเชีย เพราะเราไม่สามารถให้ความแน่ใจผู้ที่จะเข้าร่วมการแสดงสินค้าว่าการจัดงานจะไม่ถูกขัดขวางด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะตลาดมีความต้องการที่จะให้มีการจัดอีเว้นท์ยาสูบขึ้นในเอเชีย เราจะพยายามหาสถานที่จัดที่จะไม่ถูกแทรกแซงให้ยกเลิกโดยรัฐบาล” ทั้งนี้การจัดงานแสดงสินค้ายาสูบโลกเอเชียสำหรับปีนี้ แต่เดิมกำหนดจะจัดที่บาหลี อินโดนีเซีย เดือนกุมภาพันธ์ แต่ได้รับการประท้วงจากฝ่ายต่าง ๆ จนนายกเทศมนตรีบาหลีประกาศยกเลิกการแสดงสินค้าดังกล่าว บริษัทบุหรี่จึงพยายามที่จะจัดที่สิงคโปร์แทน โดยให้เหตุผลว่าการจัดงานเอ็กซ์โปในสิงคโปร์ไม่ต้องมีการขอใบอนุญาตเชื่อว่าจะไม่ถูกแทรกแซงโดยท้องที่ที่จะจัดงาน แต่ก็ถูกปฏิเสธจากรัฐบาลสิงคโปร์ในที่สุด

บุหรี่: ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด

วันนี้ (16 พฤษภาคม 2557) มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดการแถลงข่าว เรื่อง “บุหรี่: ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด” เพื่อชูประเด็นและให้เกิดกระแสของการรณรงค์อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2557 ที่จะถึงนี้

ฟิลลิป มอร์ริสโกย 500 ล้านแต่ค้านขึ้นภาษี

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ชี้การที่บริษัทฟิลลิป มอร์ริส ขึ้นราคาบุหรี่จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ ห้าร้อยล้านบาท ในขณะที่พยายามคัดค้านการขึ้นภาษีสรรพสามิต โดยบริษัทฟิลลิป มอร์ริสได้ประกาศขึ้นราคาบุหรี่ L&M จากซองละ 66 เป็น 67 บาท และ Marlboro จากซองละ 90 เป็น 92 บาท ซึ่งจากยอดจำหน่ายของบุหรี่สองยี่ห้อนี้ในประเทศไทยสี่ร้อยล้านซองต่อปี จะทำให้ฟิลลิป มอร์ริสประเทศไทยมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างน้อยห้าร้อยล้านบาทต่อปี เพิ่มเติมจากกำไรเดิมสองพันเก้าร้อยล้านบาทเป็นอย่างต่ำ ที่ประเมินอย่างไม่เป็นทางการโดยนักวิชาการไทยร่วมกับนักวิชาการองค์การอนามัยโลก ตามยอดจำหน่ายบุหรี่ของบริษัทฟิลลิป มอร์ริส ในประเทศไทย พ.ศ.2555

เส้นเลือดสมองตีบคร่าชีวิต 3 ล้านคนต่อปี

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยผลการศึกษาของโกลบอล ฮาร์ท ที่ทำการวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกหรือที่เรียกว่าภาระโรคของโลก (จีบีดี) พบว่าโรคลมปัจจุบันที่เกิดจากเส้นเลือดสมองตีบเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต 3 ล้านคนในปี พ.ศ.2553 จากจำนวนผู้ป่วยโรคเส้นเลือดสมอง 11.5 ล้านคนในปีเดียวกัน โดยร้อยละ 57 ของคนที่ป่วยด้วยโรคนี้อยู่ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง และร้อยละ 50 ของผู้ป่วยโรคเส้นเลือดสมองทั้งหมดอยู่ในประเทศจีน อินเดีย และรัสเซีย โดยการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของโรคเส้นเลือดสมองตีบร้อยละ 29 ในประเทศจีน ร้อยละ 12 ในรัสเซีย และร้อยละ 11 ในอินเดีย ที่สำคัญคือสถิติโรคเส้นเลือดสมองตีบมีแนวโน้มลดลงในสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ที่มีอัตราการสูบบุหรี่ลดลง แต่เพิ่มขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง จากการที่สถิติการสูบบุหรี่ของประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับสูงและประชากรที่สูบบุหรี่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากลดอัตราการสูบบุหรี่ลงได้แม้เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ จะสามารถลดคนที่จะป่วยและเสียชีวิตจากโรคนี้ได้เป็นจำนวนมาก

ขึ้นภาษียาสูบสามเท่า ลดคนตาย 200 ล้านคน

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยรายงานการวิจัยโดย เซอร์ริชาร์ด ปีโต จากมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดว่า หากมีการขึ้นภาษียาสูบอีก 3 เท่าตัวทั่วโลก จะลดคนที่จะตายจากการสูบบุหรี่ได้กว่า 200 ล้านคน โดยการขึ้นภาษีดังกล่าวต้องเก็บภาษีตามสภาพน้ำหนักหรือต่อมวนบุหรี่ ที่จะทำให้บุหรี่ชนิดราคาถูกมีราคาเพิ่มขึ้นด้วย เพื่อป้องกันการหันไปสูบบุหรี่ราคาถูกเมื่อมีการขึ้นภาษี ทั้งนี้หากขึ้นภาษียาสูบไปสามเท่า จะลดการสูบบุหรี่ทั้งโลกได้หนึ่งในสาม ในขณะที่แม้การขึ้นภาษีสามเท่าจะทำให้การสูบบุหรี่ลดลง แต่รัฐบาลทั่วโลกจะเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นจาก 300 พันล้านดอลลาร์ เป็น 400 พันล้านดอลลาร์ต่อปี หรือเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งในสาม เซอร์ริชาร์ด ปีโต เปิดเผยต่อไปว่า บริษัทบุหรี่ข้ามชาติมีกำไรสุทธิ 50,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี สำหรับคนสูบบุหรี่ที่เสียชีวิตปีละ 5 ล้านคน เท่ากับว่าบริษัทบุหรี่มีกำไร 10,000 ดอลลาร์ (320,000 บาท) ต่อทุกคนสูบบุหรี่ที่เสียชีวิต

ขอให้บริษัทบุหรี่แสดงความรับผิดชอบ

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ขอให้โรงงานยาสูบและบริษัทฟิลลิป มอร์ริส อธิบายการเสียชีวิตของคนไทย 24,006 คนต่อปีจากการสูบบุหรี่ของสองบริษัทนี้ โดยการวิเคราะห์จากคนไทยที่สูบบุหรี่ ประมาณครึ่งหนึ่งสูบบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตจากโรงงาน ที่เหลือสูบบุหรี่ยาเส้น หากคำนวณจำนวนคนไทยที่เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 50,710 คนต่อปี ดังนั้น กล่าวได้ว่า คนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตจากโรงงาน 25,355 คนต่อปี โรงงานยาสูบมีส่วนแบ่งตลาด 70% บริษัทฟิลลิป มอร์ริส 25% ที่เหลือเป็นบุหรี่ของบริษัทอื่น ๆ