เข้าสู่ระบบ

ผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :

Social Network

Facebook
Twitter


ภาคีเพื่อนเรา

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.)
สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ
เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่
Southeast Asia Tobacco Control Alliance
สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย
เครือข่ายครู นักรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
 

โครงการโรงพยาบาลปลอดบุหรี่ 
ศูนย์กลางการแก้ปัญหาบุหรี่และสุขภาพ

(Smoke free hospital : A hospital base for comprehensive tobacco control)

 

ดำเนินโครงการโดย มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

ผู้รับผิดชอบโครงการ ผศ.กรองจิต วาทีสาธกกิจ

นางสาวแสงเดือน สุวรรณรัศมี

สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

1. ความสำคัญและประเด็นสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

บุหรี่เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญทางประชากรโลก องค์การอนามัยโลกรายงานว่าประชากรโลกเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละ4 ล้านคน บุหรี่เป็นสาเหตุการตายของโรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง และเส้นโลหิตในสมองแตกหรือตีบ ในประเทศไทยบุหรี่เป็นสาเหตุการตายของคนไทยปีละ 42,000 คน เฉลี่ยวันละ 115 คน (มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่,2544) บุหรี่นอกจากทำลายสุขภาพแล้ว ยังทำให้ประชาชนสูญเสียรายได้ จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย (2546) พบว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับค่าบุหรี่ของคนกรุงเทพคิดเป็นเงินร้อยละ 15 ของรายได้ทั้งหมดในแต่ละเดือน และเมื่อเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลมากขึ้น

แม้มีการรณรงค์เรื่องการเลิกสูบบุหรี่ที่ทำให้คนไทยตื่นตัวเห็นถึงอันตรายของการสูบบุหรี่กับสุขภาพ แต่ก็พบว่า จำนวนผู้สูบบุหรี่มีมากขึ้น จากการสำรวจในปี 2542 พบว่ามีผู้สูบบุหรี่ 10.2 ล้านคน หรือ 20% (มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่, 2544) และในปี 2547 พบว่ามีผู้สูบบุหรี่เพิ่มขึ้นเป็น 11.3 ล้านคน หรือ 23% ของประชากรไทย (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2547) การรณรงค์เพื่อป้องกันและลดจำนวนผู้สูบบุหรี่รวมทั้งการช่วยเหลือสนับสนุนให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จ จึงเป็นเป้าหมายหลักที่จะช่วยลดอัตราความเจ็บป่วยและการตายจากโรคที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่ การเลิกสูบบุหรี่เป็นสิ่งที่บุคคลต้องใช้ความพยายามและความตั้งใจ และต้องอาศัยการสนับสนุนจากบุคลากรสุขภาพเพื่อช่วยให้เลิกบุหรี่ได้สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม บุคลากรสุขภาพได้แก่ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ กายภาพบำบัด ฯลฯ ยังมีส่วนร่วมน้อยในการช่วยเหลือให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ ทั้ง ๆ ที่เป็นบุคลากรสุขภาพที่ผู้รับบริการเชื่อถือและจูงใจให้ลงมือเลิกได้มากที่สุด ทั้งการเป็นตัวอย่างที่ดีในการไม่สูบบุหรี่และมีความรู้ความ สามารถในการส่งเสริมการไม่สูบบุหรี่ในผู้ป่วย ประชาชน ผู้ใช้

ริการสุขภาพ ซึ่งประเทศไทยมีผู้มารับบริการสุขภาพที่แผนกผู้ป่วยนอกถึงวันละประมาณ 450,000 – 500,000 คน (ศูนย์ข้อมูล มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่;2550) และในจำนวนนี้เป็นคนสูบบุหรี่จำนวนไม่น้อย

โรงพยาบาลนอกจากจะเป็นแหล่งรวมของบุคลากรสุขภาพแล้ว หน้าที่หลักของโรงพยาบาลคือเป็นสถานที่สำหรับดูแลรักษา ฟื้นฟู และส่งเสริมสุขภาพของประชาชนและผู้ป่วย โรงพยาบาลจึงควรเป็นตัวอย่างของการมีสุขภาพดีให้กับประชาชน และเป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหาสุขภาพและส่งเสริมสุขภาพของประชาชน รวมทั้งเรื่องปัญหาของบุหรี่กับสุขภาพด้วย กระทรวงสาธารณสุขตระหนักถึงปัญหาของบุหรี่ต่อสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ จึงออกกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในโรงพยาบาล เป็นพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ เพื่อให้โรงพยาบาลเป็นศูนย์กลางในการสื่อความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ให้กับผู้รับบริการและประชาชนทั่วไป ตลอดจนการช่วยให้คนสูบบุหรี่เลิกสูบและป้องกันการเริ่มสูบบุหรี่ของเด็กและเยาวชนอีกด้วย

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ตระหนักถึงความสำคัญของโรงพยาบาลว่า จะเป็นศูนย์กลางในการแก้ ปัญหาบุหรี่และสุขภาพเป็นอย่างดี จึงดำเนินโครงการโรงพยาบาลปลอดบุหรี่ต้นแบบ จำนวน 5 โรงพยาบาลในปีพ.ศ. 2550 โดยนำบทบาทหน้าที่ของโรงพยาบาล บทบาทหน้าที่ของบุคลากรในโรงพยาบาล กฎหมายคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ของกระทรวงสาธารณสุข และจรรยาปฏิบัติของบุคลากรสาธารณสุขในการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลกมาเป็นฐานในการดำเนินโครงการ ซึ่งสามารถพัฒนาต้นแบบของโรงพยาบาลปลอดบุหรี่ขึ้น และถอดบทเรียนเผยแพร่อย่างกว้างขวาง (มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ : 2551) และดำเนินการขยายผลอีก 100 โรงพยาบาล ในปี พ.ศ. 2551 -2552

คุยกับหมอประกิต

บทความหมอประกิต

หมอประกิต

โรงพยาบาลปลอดบุหรี่

แก๊งคนรุ่นใหม่

Youth Network For Smokefree Action

ระบบร้องเรียนยาสูบออนไลน์