สสส. และสถาบันยุวทัศน์ ฯ จับมือศูนย์การเรียน 6 แห่ง บรรจุเนื้อหาภัยบุหรี่ไฟฟ้าในหลักสูตร

คอลัมน์ : สารเยาวชน

ศูนย์การเรียน 6 แห่ง บรรจุเนื้อหาภัยบุหรี่ไฟฟ้าในหลักสูตร

ณ โรงแรมทีเค พาเลซ กรุงเทพมหานคร สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) ร่วมกับสมาคมการศึกษาตลอดชีวิตและส่งเสริมอาชีพ (ส.ก.ส.อ.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมพัฒนาบุคลากรทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ตั้งเป้าสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพเรื่องผลกระทบ จากการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า สำหรับผู้เรียนและผู้สอนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ในศูนย์การเรียนทั่วประเทศ

นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า

“สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) ได้ร่วมกับสมาคมการศึกษาตลอดชีวิตและส่งเสริมอาชีพ (ส.ก.ส.อ.) จัดกิจกรรมพัฒนาบุคลากรทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ โดยมุ่งเน้นสร้างองค์ความรู้และผลกระทบจากการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อพัฒนาให้ครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษานอกระบบในศูนย์การเรียน ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาประเภทหนึ่งตามมาตรา 12 แห่งกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติด้านความรอบรู้ทางสุขภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารและจัดกิจกรรมความรอบรู้ทางสุขภาพที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็ก เยาวชน และผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา ที่ศึกษาอยู่ในศูนย์การเรียน โดยนำร่องศูนย์การเรียน จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การเรียนเซนต์ ยอห์นบอสโก บางขุนเทียน, ศูนย์การเรียนเซนต์ ยอห์นบอสโก ปทุมธานี, ศูนย์การเรียนเซนต์ ยอห์นบอสโก กบินทร์บุรี, ศูนย์การเรียนเซนต์ เทเรซา, ศูนย์การเรียนเซนต์ เทเรซา เซ้าร์เทิร์น และศูนย์การเรียนเซนต์ เทเรซา อีสเทิร์น”

นางสาวศุภรดา จึงสำราญ นายกสมาคมการศึกษาตลอดชีวิตและส่งเสริมอาชีพ และผู้อำนวยการศูนย์การเรียนเซนต์ เทเรซา เซ้าร์เทิร์น กล่าวว่า

“ในฐานะผู้จัดการศึกษาของศูนย์การเรียน ทั้ง 6 แห่ง มีความตระหนักถึงปัญหาการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันจากข้อมูลสถานศึกษาพบว่าผู้เรียนที่เป็นเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษาและ เข้ามาศึกษาต่อในศูนย์การเรียนกว่าร้อยละ 50 มีพฤติกรรมใช้บุหรี่ไฟฟ้า ขณะที่ร้อยละ 35 ของเยาวชน ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีการใช้บุหรี่ปกติร่วมด้วย และกว่าร้อยละ 10 เคยข้องเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทอื่น ๆ ในวันนี้จึงมีความต้องการที่จะนำความรู้ที่ได้รับไปบูรณาการให้อยู่ในเนื้อหาของกลุ่มสาระการเรียนต่าง ๆ เช่น กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งที่ผ่านมาหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนนั้น เป็นการเรียนรู้ภาพรวมของปัญหาสุขภาพทั่วไป ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าโดยเฉพาะ และอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาล เร่งรัดให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในกลุ่มผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้จำหน่ายที่ขาดความรับผิดชอบขายให้เด็กและเยาวชน”

ข้อมูลโดย พชรพรรษ์ ประจวบลาภ

เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์ฺแห่งประเทศไทย 

Smartnews เผยแพร่ 16 มิถุนายน 2565